Posts Tagged ‘ผู้หญิง’

บริหารหน้าท้องโดยไม่ต้องซิตอัพ

บริหารหน้าท้องโดยไม่ต้องซิตอัพ

นอกจากการบริหารแบบคาร์ดิโอ เพื่อเพิ่มการเผาผลาญแคลอรีและไขมันแล้ว การทำกายบริหารเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของหน้าท้องแบนราบ และก็ใช่แต่ว่าคุณจะต้องทำซิตอัพ หรือครันช์เพื่อบริหารหน้าท้อง ยังมีทางเลือกอื่นที่ช่วยคุณบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องได้เช่นกัน! Funky Abs : บริหารหน้าท้องและหลังส่วนล่าง วิธีการ ยืนแยกเท้ากว้างกว่าช่วงสะโพก งอเข่าเล็กน้อย กดไหล่ลง เกร็งหน้าท้องแล้วแอ่นช่วงเชิงกรานมาด้านหน้า จนหลังงอเล็กน้อย จากนั้น กลับสู่ท่าเริ่มแล้วเปลี่ยนมาแอ่นช่วงเชิงกรานไปด้านหลัง ทำเซ็ตละ 15 ครั้ง 2 เซ็ต Ballerina Twist : บริหารหน้าท้องและลำตัว วิธีการ นั่งลงบนพื้น ยืดขาออกมาด้านหน้า ต้นขาชิดกัน ปลายนิ้วเท้าชี้ไปด้านหน้า เกร็งหน้าท้องแล้วเอนตัวไปด้านหลัง วางแขนช่วงล่างลงกับพื้น ฝ่ามือวางราบปลายนิ้วชี้ออกนอกตัว เริ่มด้วยการวางแขนซ้าย แล้วยกแขนขวาขึ้นเหนือศีรษะพร้อมกับบิดลำตัวไปทางซ้าย แล้วกลับสู่ท่าเริ่มต้น จากนั้น เปลี่ยนแขนแล้วบิดตัวไปด้านขวาบ้าง ทำสลับกัน 20 ครั้งเป็นหนึ่งเซ็ต ทำ 2 เช็ต Twist and Drop : บริหาร แขน หน้าท้อง ลำตัว และขา วิธีการ ยืนกางเท้ากว้างกว่าช่วงไหลเล็กน้อย ย่อตัวจากช่วงสะโพก แล้ววางมือทั้งสองข้างลงบนพื้นด้านหน้าเท้าห่างออกไปราวหนึ่งฟุต ก้มศีรษะลงเกร็งหน้าท้องเอาไว้ ยกเท้าซ้ายขึ้นแล้ววาดเท้ามาด้านหน้าเท้าขวา พร้อมกับงอเข่าขวาลง และลดสะโพกลงหาพื้น พยายามให้ขาซ้ายเหยียดตรงเอาไว้ จากนั้น กลับสู่ท่าเริ่มต้น แล้วเปลี่ยนมาทำแบบเดียวกันกับขาอีกข้างหนึ่ง ทำสลับกันจนครบ 12 ครั้ง ถือเป็นหนึ่งเซ็ต ทำซ้ำ 2 เซ็ต กลับหน้าแรกผู้หญิง ดูอะไรหญิงๆ มากกว่านี้..  
  • Lisa
  • ขอขอบคุณ :Lisaผู้

บำรุงผิวแห้งด้วยผลไม้สด

เป็นที่รู้กันดีว่าการรับประทานผล ไม้สดเป็นประจำนั้น ทำให้ร่างกายได้รับวิตามินที่เป็นประโยชน์ มากมาย แต่คุณรู้ไหมว่า ผลไม้สดยังสามารถนำมาใช้บำรุงผิวพรรณ และช่วยลดปัญหาผิวได้ โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาผิวแห้งค่ะ….ด้วยสูตรพอกผิวด้วยผลไม้สดที่เรานำมา ฝากกันนี้ เป็นวิธีที่แสนง่ายและทำได้เองที่บ้าน โดยจะช่วยเพิ่มความเนียนใสและลดจุดแห้งกร้านได้ สูตรผลไม้ลดผิวแห้งนั้นมีหลายสูตรด้วยกันค่ะ   สูตรแรก องุ่น หรือกล้วยหอม - นำองุ่นหรือกล้วยหอมที่กำลังสุกพอดี อย่าให้งอมเกินไปนัก ผสมโยเกิร์ตรสธรรมชาติ นมสด น้ำผึ้ง ปั่นรวมกันจนได้เป็นครีมแล้วนำมาพอก และนวดให้ทั่วผิวกาย เน้นที่จุดแห้งกร้าน อย่างข้อศอก หัวเข่า เท้า แล้วทิ้งไว้สักประมาณ 15 นาที จึงค่อยล้างออก สูตรที่สอง ฝรั่ง - ฝรั่งเป็นผลไม้ที่ผู้หญิงในหมู่เกาะมหาสมุทรแปซิฟิกนิยมใช้เป็นเครื่องสำอาง ทาผิวหน้ามานานแล้ว เพราะฝรั่งมีโพแทสเซียม น้ำตาล และกรดอะมิโนที่สามารถดึงน้ำให้อยู่ชั้นบนของผิวหนัง จึงทำให้ผิวหนังมีความชุ่มชื้นขึ้น และยังมีวิตามินบี 2 และบี 5 ซึ่งถือว่าเป็นวิตามินเพิ่มพลังในการซ่อมแซมและการเจริญเติบโตของเซลล์ สามารถป้องกันผิวหน้าไม่ให้ถูกทำร้ายจากอนุมูลอิสระและเพิ่มการสร้างเซลล์ ใหม่ การเตรียมสูตรบำรุงผิวจากฝรั่ง ให้เลือกฝรั่งสดที่ไม่สุกจนเกินไป เลือกเฉพาะส่วนที่เป็นเนื้อ หั่นเป็นชิ้นเล็ก ใส่น้ำ และน้ำผึ้ง ปั่นรวมจนเป็นเนื้อครีม นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำทุกวันก่อนเข้านอน หน้าจะสดใสและเกลี้ยงเกลาขึ้น สูตรที่สาม มะม่วง - มะม่วงช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวเรียบ ลื่น และสดชื่น ป้องกันผิวจากรอย เหี่ยวย่นและต้านอนุมูลอิสระ นำเนื้อมะม่วงสุกมายีหรือปั่น แล้วนำไปพอกให้ทั่วหน้า ทิ้งไว้จนรู้สึกว่าแห้งจึงล้างออก จะทำให้หน้าขาวและนุ่มนวลขึ้น โดยสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว สูตรที่สี่ สับปะรด - สับปะรดช่วยกำจัดเซลล์ที่ตายแล้วและลดการอักเสบของผิว
 สับปะรดเป็นผลไม้ที่มีวิตามินเอและวิตามินซีสูง ช่วยต้านอนุมูลอิสระและมีเกลือแร่อีกหลายชนิดช่วยทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น ให้เตรียมน้ำสับปะรด น้ำผึ้ง น้ำสะอาด คนให้เข้ากัน พอกให้ทั่วบริเวณใบหน้า ยกเว้นปากและดวงตา ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีแล้วล้างออก
จะทำให้หน้าเนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้น สุดท้ายขอฝากเคล็ดลับในการนำผลไม้มาช่วยบำรุงผิวพรรณ มีหลักการง่ายๆ คือ ต้อง สะอาด ผลไม้ต้องสดใหม่มีคุณภาพดี การปั่นหรือย่อยขนาดจนละเอียดเพื่อไม่ให้ระคายเคืองต่อผิวหนัง
เพียงเท่านี้ ก็ทำให้ผิวคุณสวยสดใสชุ่มชื่นได้แบบง่ายๆ แล้วค่ะ   ขอบคุณข้อมูลจาก goodfoodgoodlife ขอบคุณภาพประกอบจาก Photos.com
นวดสะลาย“เซลลูไลท์” และไขมันส่วนเกิน

นวดสะลาย“เซลลูไลท์” และไขมันส่วนเกิน

นวดสะลาย“เซลลูไลท์” และไขมันส่วนเกิน ตุ้ยนุ้ยจังเลย… จั้มมั่มได้อีก… ไปทำคาง 2 ชั้นมาหรอจ๊ะคนสวย… ท้องแขนนี่ห้อยได้อีกนะ… แม่สาวขาหมู เดินทีเซลลูไลท์กระเพื่อม… สะสมไขมันเป็นงานอดิเรกหรือไงจ๊ะ… อูย! แต่ละประโยคนี่ช่างกัดกร่อนหัวใจสาวๆ ซะจริงจริ๊ง ก็แหม…ใครเล่าจะอยากถูกเรียกแบบนี้ (ว่ามั้ย) เพราะฉะนั้น วันนี้เราจะพาคุณสาวๆ ไปทำความรู้จักกับการ “นวดสลายเซลลูไลท์ ละลายไขมันสะสม” กัน ทีนี้ล่ะ ใครจะมาว่าฉันไม่สวยนะ ฉันไม่ยอมเด็ดขาด!! คุณสาวๆ รู้ไหมว่า ตามปกติเซลล์ไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังจะถูกประคองด้วยเซลล์ร่างแหบางๆ (คล้ายตาข่าย) ที่เรียกว่า “เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน” ทำหน้าที่ยึดระหว่างผิวหนังกับกล้ามเนื้อ กั้นกลุ่มไขมันไว้เป็นช่องๆ แต่เมื่อเกิดเซลลูไลท์ เซลล์ไขมันในช่องพวกนี้จะขยายขึ้น ในขณะที่เนื้อเยื่อเกี่ยวพันไม่ขยายตาม ทำให้เบียดทั้งทางเดินน้ำเหลืองและระบบหมุนเวียนหลอดเลือดเล็กๆ ใต้ผิวหนัง จนการไหลเวียนของระบบเลือดบริเวณนั้นลดประสิทธิภาพลง เกิดการคั่งของน้ำเหลืองเป็นพังผืดดึงผิวด้านบนให้ย่นลงมาเป็นรอยบุ๋มเป็นช่วงๆ จึงเป็นที่มาของการเรียกเซลลูไลท์ว่า “ผิวเปลือกส้ม” นอกจากเซลลูไลท์จะสร้างปัญหาด้านความงาม รบกวนจิตใจของคุณผู้หญิงแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดโรคจากการที่ร่างกายสะสมไขมันมากเกินไปด้วย เช่น ไขมันอุดตันในเส้นเลือด และหากการไหลเวียนของน้ำเหลืองมีประสิทธิภาพลดลง จะส่งผลกระทบต่อระบบการไหลเวียนของเส้นเลือดดำ ทำให้เกิดเส้นเลือดขอดและเท้าบวมตามมา ประมาณ 85 เปอร์เซ็นต์ ของผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 20 ปี มักเริ่มมีเซลลูไลท์และเมื่ออายุมากกว่า 50 จะมีผิวเซลลูไลท์ให้เห็นมากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับพันธุกรรม เชื้อชาติเผ่าพันธุ์ ทีนี้เรามาดูประเภทของ “เซลลูไลท์” กัน… Hard Cellulite: พบได้บ่อยในผู้หญิงที่อายุน้อย (20-40 ปี) และมีการออกกำลังกายเป็นประจำ ลักษณะที่พบ คือ เมื่อบีบตามร่างกายจะเป็นก้อนแข็งเล็กๆ พบบ่อยบริเวณสะโพก และบั้นท้าย Flaccid Cellulite: พบได้ในผู้หญิงอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป ที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย มีลักษณะเป็นก้อนไขมันนุ่มๆ มีการหย่อนคล้อย กล้ามเนื้ออ่อนเหลว พบบ่อยบริเวณท้องแขน คาง รอบเอว และหน้าท้อง Edematous Cellulite: เกิดจากการไหลเวียนโลหิตไม่ดี มีการคั่งของน้ำเหลือง ทำให้ลักษณะเหมือนบวมน้ำ กดแล้วบุ๋ม พบบ่อยที่ต้นขา สะโพก พบว่าผิวหนังดูบอบบางเห็นเส้นเลือดและบวม Mixed Cellulite: พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งในหนึ่งคนอาจพบเซลลูไลท์ทุกแบบ ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย พัฒนาการของ… เซลลูไลท์ตัวร้าย ระยะที่ 0: เป็นระยะที่เริ่มมีพังผืดเกิดขึ้น แต่ไม่มาก ไม่สามารถสังเกตได้ทั้งจากการยืน หรือการนอนจะไม่เห็นเป็นผิวเปลือกส้มแต่อย่างใด แต่เมื่อทดลองหยิบเนื้อบริเวณนั้นขึ้นมาจะปรากฏเป็นรอยบุ๋มเกิดขึ้น ระยะที่ 1: ยังไม่สามารถเห็นรอยบุ๋มได้เช่นเดียวกับระยะที่ 0 แต่เมื่อทดลองหยิบเนื้อขึ้นมาพบว่ามีรอยบุ๋มเพิ่มมากขึ้น ระยะที่ 2: สามารถเห็นรอยของเซลลูไลท์ได้ชัดเจนในขณะยืนโดยไม่จำเป็นต้องจับขึ้นมาดู แต่ในขณะนอนจะยังไม่สามารถเห็นได้ ระยะที่ 3: ไม่ว่าจะยืนหรือนอนจะสามารถเห็นเป็นผิวเปลือกส้มได้ทั้งหมด เป็นระยะที่รักษายากที่สุดเพราะเกิดการสะสมของเซลลูไลท์มาในระยะเวลานานมาก ทั้งนี้ ระยะการก่อตัวของเซลลูไลท์จะขึ้นอยู่กับกิจกรรมของแต่ละบุคคล ประกอบกับการกินอาหาร เช่น คาร์โบไฮเดรท ไขมัน และน้ำตาลที่มากเกินไป เป็นต้น เทคนิคใหม่สลายเซลลูไลท์ ปัจจุบันแม้เราจะยังไม่มีวิธีขจัดเซลลูไลท์ที่ได้ผล 100% แต่เทคโนโลยีใหม่ๆ ก็มีส่วนสำคัญในการสลายเซลลูไลท์ที่เห็นผลอย่างชัดเจน ซึ่งวิธีสลายเซลลูไลท์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ได้แก่… เมโซเธอราปี (Mesotherapy) สลายไขมันเฉพาะส่วนด้วยการฉีดยาเข้าใต้ผิวหนังชั้นเมโซเดิร์ม (Mesoderm) ทำให้กระบวนการเกิดไขมันถูกขัดขวาง ทำให้ไขมันสลายตัวในที่สุด ทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ติดต่อกัน 8 – 10 ครั้ง ค่าใช้จ่ายครั้งละ 2,000 – 3,000 บาทขึ้นไป คาร์บ็อกซี เธอราปี (Carboxy Therapy, Carbondioxide Therapy) สลายไขมันเฉพาะส่วน ด้วยการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เข้าสู่ชั้นไขมันใต้ผิวหนังเพื่อสลายเซลลูไลท์ และไขมันทำให้เกิดกระบวนการเผาผลาญไขมันมากขึ้น และสลายเซลลูไลท์สลายตัวไปในที่สุด ขึ้นอยู่กับน้ำหนักและไขมันของผู้ต้องการลดเซลลูไลท์เป็นสำคัญ โดยเฉลี่ย ไม่เกิน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ค่าใช้จ่ายครั้งละประมาณ 3,000 ขึ้นไป การนวดด้วยเครื่องอัลตร้าซาวน์ (Ultrasonic Massage) การนวดผิว ด้วยคลื่นอัลตร้าซาวน์ (Ultrasound) โดยทายาสลายไขมันไว้ตามร่างกายส่วนที่ต้องการลดและใช้เครื่องนวดไปตามบริเวณนั้นๆ เพื่อให้ยาซึมลงไปใต้ผิวหนังได้ลึกขึ้นและช่วยสลายเซลลูไลท์ ขึ้นอยู่กับน้ำหนักและเซลลูไลท์ที่ต้องการลดค่าใช้จ่าย แล้วแต่สถานบริการ มีตั้งแต่ 1,000-3,000 บาทขึ้นไป การนวดแบบเอนเดอร์โมโลยี (Endermologie) การนวดกำจัดเซลลูไลท์เฉพาะส่วน ด้วยเครื่องสูญญากาศ โดยส่วนหัวของเครื่องจะมีท่อสุญญากาศอยู่ตรงกลางและด้านข้างเป็นลูกกลิ้งคู่ขนาน เมื่อต้องการใช้งาน ท่อสุญญากาศจะทำหน้าที่ดูดผิวบริเวณที่ต้องการขึ้นมา และลูกกลิ้งด้านข้างจะทำหน้าที่นวดเนื้อบริเวณนั้น ทำติดต่อกัน 14 ครั้ง โดย 7 ครั้งแรก ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และลดลงเหลือสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือตามแต่ผู้เชี่ยวชาญจะวินิจฉัย ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับสถานบริการ ครั้งละประมาณ 2,000 – 5,000 บาทขึ้นไป การออกกำลังด้วยเครื่องโฮบอดี้ ไวเบรชั่น (Whole body Vibration Exercise) เป็นเสมือนการออกกำลังกาย หลักการทำงานคือเมื่อยืนอยู่บนเครื่องไวเบชั่น เครื่องจะเกิดการสั่นสะเทือนทำให้ร่างกายสั่นสะเทือนตามให้ผลเหมือนการนวดตัว และสลายเซลลูไลท์ในเวลาเดียวกัน ทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ใช้เวลาประมาณ 10 – 20 นาทีตามขนาดของร่างกายและปริมาณไขมัน ครั้งละ 500 บาท อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีต่างๆ ที่ช่วยสลายไขมันนี้สามารถคงทนอยู่ประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี การออกกำลังกาย และการควบคุมอาหารจึงเป็นวิธีที่ช่วยให้เซลลูไลท์ก่อตัวช้าขึ้น นอกจากนี้ การตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีเพื่อลดเซลลูไลท์ ควรได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์ประจำสถาบันต่างๆ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์หรือวิธีการที่มีความเหมาะสมมากที่สุด เพราะผู้ที่มีน้ำหนักมากหรือมีโรคประจำตัวบางประเภทอาจไม่เหมาะสมกับบางวิธี หรือบางคนอาจต้องใช้หลายๆ วิธีประกอบกัน และวันนี้ เราก็มีวิธีการนวดสลายเซลลูไลท์ด้วยตนเอง แบบง่ายๆ มาฝากคุณสาวๆ กันด้วยค่ะ บริเวณหน้าท้อง • บีบเนื้อครีมบริเวณหน้าท้องประมาณ 8 – 9 เซนติเมตร • ลูบไล้เนื้อครีมโดยการวางมือทั้งสองบนหน้าท้อง หมุนวนเป็นเกลียวตามเข็มนาฬิกา เริ่มจากสะโพกวนเข้ายังสะดือ • นวดต่อจากบริเวณสะดือ โดยนวดหมุนวนขึ้นสู่หัวใจบริเวณใต้ทรวงอก เพื่อช่วยขับของเสีย และยกกระชับกล้ามเนื้อให้เต่งตึงขึ้น บริเวณสะโพก • บีบเนื้อครีมบริเวณหน้าท้องประมาณ 9 – 10 เซนติเมตร วางมือทั้ง 2 ข้าง ลงบนสะโพกส่วนล่างทั้งซ้ายและขวา นวดกดคลึงหมุนวนตามเข็มนาฬิกา โดยนวดวนขึ้นสู่สะโพกส่วนบนเข้าสู่หัวใจ บริเวณต้นขา • บีบเนื้อครีมบริเวณท้องต้นขาประมาณ 5 – 6 เซนติเมตร โดยยกขาให้ตั้งฉากกับลำตัว จากนั้นนวดไล่หมุนวนขึ้น บริเวณก้น • บีบเนื้อครีมบริเวณก้นประมาณ 9 – 10 เซนติเมตร จากนั้นนวดวนขึ้นสู่หัวใจ โดยไล่ยกขึ้นมาทางสะโพก

ABOUT US

ลดพุงใน 7 วัน โดย Health2Shop

Contact Us

9/2 Soi Somkid CHIDLOM Lumpini Pathumwan BANGKOK 10330

+662-254-4121

support@health2shop.com

www.health2shape.com

We are Open

Tuesday and Thursday
9:00am - 7:00pm

Wednesday and Friday
10:30am - 8:00pm

Saturday
10:30am - 2:00pm

Social Share