การกิน

  • กินอย่างไรไม่ให้อ้วน
    กินอย่างไรไม่ให้อ้วน กินอย่างไรไม่ให้อ้วน

    กินอย่างไรไม่ให้อ้วน

กินอย่างไรไม่ให้อ้วน

กินอย่างไรไม่ให้อ้วน

กินอย่างไรไม่ให้อ้วน (หมอชาวบ้าน)

ปัจจุบันหลายคนหันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่อง ”โรคอ้วน” ที่ใครต่อใครก็ชักจะเริ่มกลัวกัน วันนี้มีข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับ กินอย่างไรไม่ให้อ้วน มาฝากกัน

ทำไมเราถึง อ้วน

การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัว ขึ้นอยู่กับความสมดุลของพลังงานที่ได้รับจากการกินอาหารและพลังงาน ที่ใช้ไปในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ถ้าพลังงานที่ได้จากการกินอาหารมากกว่าพลังงานที่ใช้ไปในแต่ละวัน พลังงานที่มากเกินนั้นจะสะสมเป็นไขมันไว้ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย (body fat) ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น ถ้าปล่อยให้เป็นเช่นนี้นาน ๆ จะเกิดโรคอ้วนตามมา

เราจะทราบว่าอ้วนหรือไม่ ได้จากการคำนวณหาค่า “ดัชนีมวลกาย” หรือที่มักเรียกกันเป็นภาษาอังกฤษ ว่า BMI (ย่อมาจากคำว่า Body mass index) ซึ่งมีวิธีการคำนวณ ดังนี้คือ

ดัชนีมวลกาย (BMI) = น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) / ความสูง (กำลังสอง) (เมตร)

การเทียบสูตร BMI ดูจากน้ำหนักตัวและส่วนสูง เช่น น้ำหนัก  ๖๐ กิโลกรัม สูง ๑๗๐ เซนติเมตร หรือ ๑.๗๐ เมตร

ดัชนีมวลกาย (BMI) =  ๖๐/(๑.๗๐x๑.๗๐) = ๒๐.๗๖

 ค่า BMI ที่เหมาะสมของคนเอเชียควรอยู่ที่   ๑๘.๕ – ๒๒.๙ กิโลกรัม/ตารางเมตร

 ถ้าค่า BMI น้อยกว่า ๑๘.๕ กิโลกรัม/ตารางเมตร แสดงว่าผอมเกินไป

 แต่ถ้าค่า BMI สูงกว่านี้ คือ ๒๓ – ๒๔.๙ กิโลกรัม/ตารางเมตร  แสดงว่ามีน้ำหนักตัวเกิน

 ถ้าค่า BMI มากกว่า ๒๕ กิโลกรัม/ตารางเมตร แสดงว่าเป็นโรคอ้วน

ในคนที่สูง ๑๗๐ เซนติเมตร น้ำหนักตัวที่ดีจะอยู่ระหว่าง ๕๘ – ๖๐ กิโลกรัม แต่ถ้าน้ำหนักอยู่ระหว่าง ๖๒.๖๕ กิโลกรัม ก็แสดงว่ามีน้ำหนักเกิน และถ้าหนักมากกว่า ๖๕ กิโลกรัม ก็แสดงว่าอ้วน

การลดน้ำหนัก

น้ำหนักตัวเกินเกิดจากการได้พลังงานมากแต่ใช้น้อย ดังนั้น การทำให้น้ำหนักลดลงก็ทำได้โดยทางกลับกัน คือ ต้องทำให้ร่างกายมีการใช้พลังงานมากขึ้น การลดน้ำหนักที่ดีควรลดลงอย่างช้า ๆ เพื่อให้ร่างกายมีการปรับตัวได้ดี โดยทั่วไปน้ำหนักควรลดลงสัปดาห์ละ ๑ กิโลกรัม ซึ่งหมายถึงจะต้องลดพลังงานให้ได้สัปดาห์ละ ๓,๕๐๐ กิโลแคลอรี นั่นคือวันละประมาณ ๕๐๐ กิโลแคลอรี
กินเพื่อควบคุมน้ำหนัก

การรู้จักกินเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด ในการควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ไขมันเป็นอาหารที่ให้พลังงานกับร่างกายสูงที่สุด ไขมัน ๑ กรัม ให้พลังงาน ๙ กิโลแคลอรี ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงไม่กินอาหารที่มีไขมันมาก จำพวกของทอดต่าง ๆ

เรามักได้ยินกันบ่อยว่า ให้ใช้น้ำมันพืชประกอบอาหารแทนน้ำมัน หรือไขมันที่ได้จากสัตว์ เนื่องจากมีคุณภาพของกรดไขมันที่ดีกว่า ทำให้บางคนเข้าใจผิดว่า กินน้ำมันพืชที่ดีแล้วไม่อ้วน ที่จริงแล้วน้ำมันที่ใช้ในการประกอบอาหาร ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันจากพืช หรือสัตว์ต่างก็ให้พลังงานที่เท่ากัน ดังนั้นจึงควรระวังไม่กินไขมันทุกชนิดในปริมาณมากเกินไป ควรกินอาหารประเภทข้าว แป้ง ขนมปัง และผลิตภัณฑ์จากแป้ง ซึ่งเป็นอาหารหลักที่ให้พลังงานกับร่างกายแต่พอควร

ถึงแม้ว่าอาหารกลุ่มนี้ในปริมาณที่เท่ากัน จะให้พลังงานกับร่างกายประมาณครึ่ง หนึ่งของไขมัน แต่ถ้ากินมากเกินไปก็ทำให้ได้พลังงานเกิน และเก็บสะสมไว้ในร่างกาย  ทำให้มีปัญหาน้ำหนักตัวมากขึ้นได้ โดยทั่วไปผู้หญิงที่ทำงานในสำนักงานไม่ควรกินเกิน ๗ – ๘ ทัพพีต่อวัน สำหรับผู้ชายไม่ควรเกิน ๑๐ – ๑๒ ทัพพีต่อวัน

ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกกินข้าวที่ผ่านการขัดสีน้อย เพราะจะทำให้ได้ใยอาหารเพิ่มขึ้น ทำให้รู้สึกอิ่ม และยังช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น ควรลดการกินน้ำตาลทรายและอาหารหวานประเภทต่าง ๆ น้ำตาลจะให้พลังงานอย่างเดียวโดยไม่ให้สารอาหารตัวอื่น ๆ เลย  ถ้ากินมากก็จะทำให้อ้วนได้ น้ำตาลทรายเป็นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ซึ่ง ๑ กรัม ให้พลังงาน ๔ กิโลแคลอรี ดังนั้น น้ำตาลทราย ๑ ช้อนชา ให้พลังงานประมาณ ๒๐ กิโลแคลอรี การดื่มชา กาแฟ ที่มีการเติมน้ำตาลวันละหลายถ้วย ตลอดจนการดื่มน้ำหวาน น้ำอัดลมเป็นประจำ จะทำให้ได้รับน้ำตาลมากเกิน ทำให้อ้วนได้ง่าย

ควรกินผลไม้รสไม่หวานจัด เช่น ส้ม ชมพู่ มะละกอ แตงโม ฝรั่ง แทนขนมหวานต่าง ๆ ผลไม้มีเส้นใยอาหาร วิตามิน และเกลือแร่ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยควบคุมการทำงานของระบบต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ผลไม้ทุกชนิดให้สารคาร์โบไฮเดรตจำพวกน้ำตาลแก่ร่างกาย  เช่นเดียวกับอาหารกลุ่มข้าว แป้ง จึงต้องระวังไม่กินมากจนเกินไป

ควรกินผลไม้สดทั้งผลมากกว่าการกินน้ำผลไม้คั้น เพื่อที่จะได้ใยอาหารที่มีอยู่ในผลไม้ด้วย การคั้นน้ำผลไม้เพื่อดื่ม ต้องใช้จำนวนผลไม้มากกว่าการกินผลไม้เป็นผล จึงอาจทำให้ได้รับพลังงานมากเกินไป ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการกินผลไม้กระป๋อง เพราะในผลไม้กระป๋องมักมีการเติมน้ำตาลในกระบวนการผลิต จะทำให้ได้น้ำตาลและพลังงานมากเกินกว่าร่างกายต้องการ

เนื้อสัตว์ควรเลือกชนิดไม่ติดมัน ไม่มีหนังนำมาปรุงโดยวิธีการนึ่ง อบ หรือย่าง ไม่ควรทอดในน้ำมันมาก กินแต่พอควร ประมาณ ๘ – ๑๒ ช้อนกินข้าวต่อวัน ไม่ควรกินมากจนเกินไป เพราะเนื้อสัตว์นอกจากจะให้โปรตีนกับร่างกายแล้ว ยังมีไขมันแทรกอยู่ด้วยควรกินโปรตีนจากพืชจำพวกถั่วเมล็ดแห้งต่าง ๆ แทนโปรตีนจากสัตว์ด้วย

ควรดื่มนมรสจืดพร่องมันเนยหรือนมขาดมันเนย ในคนที่ดื่มนมได้ ควรดื่มนมรสจืดพร่องมันเนยวันละ ๑ – ๒ กล่อง เพราะมีปริมาณไขมันและพลังงานน้อยกว่า และไม่ควรดื่มนมปรุงแต่งรส เพราะจะทำให้ได้น้ำตาลและพลังงานเพิ่มขึ้น

ควรกินผักให้มากทุกมื้อและทุกวัน ผักให้วิตามิน เกลือแร่ และเส้นใยอาหารกับร่างกายเช่นเดียวกับผลไม้ แต่ให้พลังงานน้อยกว่าเพราะไม่ค่อยมีน้ำตาล เส้นใยอาหารในผักช่วยทำให้เรารู้สึกอิ่ม เนื่องจากเส้นใยอาหารจะดูดน้ำไว้ ทำให้เกิดการพองตัว และใช้เวลาอยู่ในกระเพาะอาหารและลำไส้เป็นเวลานาน ทำให้ไม่เกิดอาการหิวบ่อย ผักที่กินควรเป็นผักสด ลวก หรือต้ม มากกว่าผัดผักที่ใช้น้ำมันมาก หรือผักชุบแป้งทอด สำหรับคนที่ชอบกินผักในลักษณะผักสลัด ต้องระวังปริมาณน้ำสลัดต้องไม่ใส่มากเกินไป

ถึงแม้ว่าคนที่ต้องการลดน้ำหนักควรเลี่ยงอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล […]

  • ปรับนิสัยการกิน...ปรับหุ่นให้ปิ๊งกว่า
    ปรับนิสัยการกิน…ปรับหุ่นให้ปิ๊งกว่า ปรับนิสัยการกิน…ปรับหุ่นให้ปิ๊งกว่า

    ปรับนิสัยการกิน…ปรับหุ่นให้ปิ๊งกว่า

ปรับนิสัยการกิน…ปรับหุ่นให้ปิ๊งกว่า

ปรับนิสัยการกิน…ปรับหุ่นให้ปิ๊งกว่า (ลิซ่า)

          คนเรามักมีนิสัยการกินและพฤติกรรมในการกินที่แตกต่างกันไป และนิสัยการกินหลายอย่างก็อาจทำให้น้ำหนักคุณเพิ่มขึ้น หรือเป็นอุปสรรคในการลดน้ำหนัก และรักษาสุขภาพของคุณโดยไม่รู้ตัว ลองแยกแยะมันออกมา และใช้วิธีการของเราจัดการกับมัน เพื่อสร้างสุขภาพและเรือนร่างที่ดีกว่า

1.นักขบเคี้ยวเป็นนิสัย

          พฤติกรรม : คุณไม่มีโครงสร้างของมื้ออาหารที่แน่นอน แต่มักจะกินจุบจิบตลอดทั้งวัน โดยไม่ได้คิดถึงสิ่งที่คุณกำลังกินอยู่เลย

          วิธีแก้ไข : การกินจุบจิบก็อาจดีต่อสุขภาพได้ ตราบเท่าที่สิ่งที่คุณกินนั้นแคลอรี่ต่ำ และมีคุณค่าทางอาหารสูง ลองวางแผนการกินของคุณ ด้วยการนำเอาของกินในปริมาณที่พอเหมาะ และดีต่อสุขภาพติดตัวไปทำงานด้วย และขอให้นั่งกินแทนการยืนกิน คุณจะได้รู้ตัวตลอดเวลาว่ากำลังกินอะไรอยู่

2.นักกินยามดึก 

          พฤติกรรม : คุณไม่ค่อยกินมากนักตอนกลางวัน แต่เมื่อกลับบ้าน ความอยากอาหารก็กลับมา และไม่อาจหยุดกินได้จนกระทั่งเข้านอน

          วิธีแก้ไข : เริ่มกินตอนกลางวันให้มากขึ้น เพื่อจะได้ไม่หิวจัดเมื่อกลับถึงบ้าน และพยายามทำให้บ้าน “ปลอดแคลอรี” ด้วยการกำจัดของกินแคลอรีสูงทั้งหลายออกไป และแทนที่ด้วยของกินที่ดีต่อสุขภาพและของกินในขนาดเล็กๆ เพื่อที่คุณจะได้กินในปริมาณที่ไม่มากเกินไปในยามค่ำคืน

3.นักกินเนื้อสัตว์

          พฤติกรรม : คุณโปรดปรานเนื้อสัตว์และข้าวหรือขนมปังเป็นอย่างยิ่ง แต่ไม่ค่อยกินผลไม้และผักเท่าไหร่

          วิธีแก้ไข : สร้างสมดุลด้วยการกินผักและผลไม้เพิ่มขึ้น วิธีง่ายๆ ในการนำพาตัวเองให้กินผักและผลไม้เพิ่มมากขึ้นก็คือ ซื้อผักผลไม้แบบตัดแต่งสำเร็จรูปที่หยิบกินได้ง่าย และเอาผักผลไม้มาวางให้เห็นง่ายขึ้นและหยิบกินได้ง่ายขึ้น

4.นักกินหนัก

          พฤติกรรม : คุณกินอาหารสามมื้อ หากแต่ละมื้อกินเบิ้ลสามจาน หรือแต่ละจานขนาดใหญ่ยักษ์

          วิธีแก้ไข : ใช้จานอาหารให้เล็กลง ดื่มน้ำให้มากขึ้น และกินของว่างให้บ่อยขึ้น เพื่อที่จะได้หิวน้อยลงเมื่อถึงอาหารแต่ละมื้อ ข้อสำคัญคือกินช้าๆ คุณจะกินในปริมาณที่น้อยลง

5.นักกินไม่เป็นเวลา 

          พฤติกรรม :  คุณมักกินอาหารไม่เป็นเวลา การกินเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้และที่ไหนก็ได้ เมื่อจบวันลง คุณก็ไม่รู้ว่ากินไปเท่าไหร่และอะไรบ้าง และมักเลือกอาหารที่ไม่ค่อยดีต่อสุขภาพด้วย

          วิธีแก้ไข : พยายามสร้างเวลากินที่แน่นอนและชัดเจน ตั้งนาฬิกาปลุกเตือนเมื่อถึงเวลาอาหาร และตอนกินก็พยายามจำกัดสิ่งรบกวน อย่ากินหน้าทีวี อย่ากินไปทำงานไป หรือกินไปพูดโทรศัพท์ไป คุณจะได้รู้ว่าคุณกินอะไรไปบ้างและมากแค่ไหน

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

  • เคล็ดลับหุ่นสวยของสาวทำงาน
    เคล็ดลับหุ่นสวยของสาวทำงาน เคล็ดลับหุ่นสวยของสาวทำงาน

    เคล็ดลับหุ่นสวยของสาวทำงาน

เคล็ดลับหุ่นสวยของสาวทำงาน

เคล็ดลับหุ่นสวยของสาวทำงาน (Slim Up)

          เคยสังเกตตัวเองกันบ้างไหม ก่อนที่จะเริ่มหันมาเป็นสาวออฟฟิศแบบเต็มตัว คุณเป็นแค่แม่สาวไซด์เอส ตัวเล็กน่ารัก แต่เมื่อเวลาผ่านไปมาสำรวจร่างกายอีกที คุณก็มีเพื่อนสนิทคนใหม่ที่คอยมาเกาะแกะชนิดว่าไปไหนไปกัน มีฉันมีเธอ นั้นก็คือ เจ้าเซลลูไลท์ก้อนโตที่พอกพูนตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย สะบัดเท่าไหร่ก็ไม่หลุดซะที ถ้าเป็นแบบนี้คงไม่ไหวแน่ การเลือกรับประทานอาหารในแต่ละวันเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับสาวทำงานอย่างเรา สิ่งที่เราทานเข้าไปจะสามารถสะท้อนถึงสุขภาพของเราโดยตรง เอาล่ะ งั้นมาดูกันสิว่าเราควรเลือกทานอะไรกันดี

 สดชื่นยามเช้า

          อาหารมื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด หากทุกเช้าคุณต้องรีบเร่งมากมายล่ะก็ แนะนำเป็นขนมปังโฮลวีทสักแผ่น แอปเปิ้ลสักผล แล้วตามด้วยน้ำส้มคั้นสักแก้ว ดีกว่าปล่อยให้ท้องว่างแล้วมารวบรัดมื้อกลางวันเลยทีเดียว

          ตอนเช้าเป็นช่วงที่เมตาบอลิซึมของคุณกำลังทำงานที่จุดสูงสุด ร่างกายต้องการเชื้อเพลิงเพื่อเริ่มต้นใหม่ มาเติมพลังรับวันใหม่ให้สดใส โดยการหันมาทานอาหารเช้ากันดีกว่าค่ะ เพราะการไม่ทานอาหารเช้า แต่ไปหนักที่มื้ออื่น สามารถทำให้คุณสาวๆ อ้วนได้แบบไม่รู้ตัว

 มื้อกลางวันแสนสุข

          ในหนึ่งวันเราควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ คุณคงเคยได้ยินคำพูดเหล่านี้ตลอดเวลา แต่จะเลือกทานอย่างไรให้เหมาะกับตัวคุณเองนี่สิค่ะเรื่องใหญ่ แนะนำว่า เมื่อมื้อกลางวันแสนสุขมาถึง คุณควรเลือกทานคาร์โบไฮเดรตบ้างเล็กน้อย เพื่อที่จะได้มีพลังงานและความอึดในการทำงาน เติมไขมันและโปรตีนเข้าไปในมื้อนี้ด้วย จะทำอิ่มนานขึ้น สุดท้ายอย่าลืมทานผักด้วยนะคะ มันจำเป็นต่อระบบขับถ่าย ช่วยในการย่อยสลาย ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคในระบบย่อยอาหาร ที่สำคัญจะช่วยทำให้คุณรู้สึกอิ่มยาวนานไปถึงเลิกงานเลยทีเดียวค่ะ

 เติมความสดใสระหว่างวัน

          ถือว่าไม่ผิดกติกา ถ้าคุณจะแอบซุกของกินเล่นไว้ในลิ้นชักบ้าง แต่ต้องคำนึงด้วยว่ามันจะไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย เลือกแอปเปิ้ลกาล่าเล็กๆ สักผล ถั่วลิสง ลูกพรุนสกัด ส้ม เครื่องดื่มชีวจิต ให้ร่างกายได้รับวิตามินจากผลไม้เหล่านี้บ้าง มันจะช่วยเพิ่มพลังแก่ร่างกาย ทำให้คุณรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น สดใสขึ้น แถมทานเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนยิ่งเยอะยิ่งดี

 ปาร์ตี้มาเยือน

          หลังจากที่งานยุ่งอีรุงตุงนังมาทั้งอาทิตย์ พอถึงวันศุกร์แห่งชาติ สาวๆ คงอยากผ่อนคลายกันบ้าง อันนี้ก็ไม่มีใครห้ามคุณได้ ถ้าอยากดื่มแอลกอฮอล์ก็ได้ค่ะ แต่ให้ดื่มในปริมาณที่พอเหมาะพองามจะดีที่สุด เครื่องดื่มประเภทนี้จะให้พลังงานสูงพอๆ กับทานอาหารมื้อใหญ่เลยทีเดียว ระวังกันหน่อยนะคะสำหรับสาวปาร์ตี้ตัวยง ผลเสียของมันนอกจากจะทำให้อ้วนขึ้นแล้ว คุณยังเสี่ยงต่อการมีไขมันในเส้นเลือดสูงก่อนวัยอันควรด้วยค่ะ รู้อย่างนี้แล้วคราวหน้าจะยกแก้วก็ให้ท่องไว้ แอลกอฮอล์คือศัตรูตัวร้ายกาจของฉัน เปลี่ยนมาดื่มน้ำผลไม้หรือน้ำเปล่าแทนจะดีกว่า

          ลองทำตามคำแนะนำดีๆ จากเรา รับรองค่ะว่าไม่ว่าคุณหรือใครก็สามารถมีหุ่นสวยเช้งสดใส ไม่นานเกินรอค่ะ


 

 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก